กระจก

เป็นธรรมดาของชีวิตคู่
การที่คนเราเริ่มใกล้ชิดกันนั้น
ย่อมจะมองเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมากขึ้น

เรื่องที่ดีบางครั้งมนุษย์ได้นำมันออกมาแสดง
อยู่ทุกวี่วัน เพราะสิ่งที่ดี ทำให้เขาดูมีค่าขึ้น
เขาจึงใช้สิ่งที่ดีในการดำรงชีวิต เข้าสังคม ทำมาหากิน ฯลฯ
แต่เรื่องราวที่ไม่ดี เก็บเอาไว้ลึกๆ

เรื่องราวที่ไม่ดีจึงเผยออกมา เมื่อเราเข้าใกล้ชิดกัน
ผมก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีเรื่องที่ไม่ดีอยู่หลายอย่าง

เรื่องบุคคลิกภาพ เรื่องความคิด เรื่องกายภาพต่างๆ
บางเรื่องแก้ไขได้ บางเรื่องแก้ไขไม่ได้
เอ่ยถึงทีไร ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะเจ็บปวด
บางเรื่องแม้จะพยายามแก้ไขแล้ว
แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้

ไม่รู้เพราะอะไร สาเหตุมาจากไหน
จะแก้กันตรงต้นตอจากอะไร หรือ
เราจะเริ่มต้นพัฒนาตัวเองไปอย่างไร
จนปัญญา จนด้วยเกล้า ไม่สามารถปีนป่ายออกจากหลุมดำได้

ตรงกันข้าม รอบข้างของผมมีแต่คนดีๆ สมบูรณ์แบบ
บางครั้งจึงรู้สึกแปลกแยก ต้อยต่ำ มีปมด้อย ต่างๆนาๆ
ทั้งที่จุดแข็งบางเรื่องของผม ก็สามารถยืนหยัดเหนือกว่าคนอื่นได้
แต่ ก็หนีไม้พ้นที่จะ รู้สึกไม่ดี เมื่อรู้ว่าตัวเองนั้น ยังไม่สมบูรณ์แบบ

เพราะแผลบางแผล เหยียบซ้ำลงไป
นอกจากเจ็บแล้ว ยังรู้สึกน่าละอาย
อายที่ยังคงเป็นแผลที่เดิม
รักษาไม่เคยหาย

************

ไม่ใช่ว่าผมต้องการจะหยุดแก้ไขตัวเอง
หรือล้มเลิกความตั้งใจในการพัฒนาไปข้างหน้า
ใครล่ะ จะไม่ชอบให้ตัวเองดูดี เก่งกาจไปซะทุกเรื่อง

และใช่ ไม่มีใครอยากพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ผมรู้ดี
เพราะมันอาจทำให้เขาโมโหและหงุดหงิด
ผมจึงพยายามพัฒนาตัวเองในส่วนอื่นๆ
ที่ตัวเองไม่ได้นึกถึง อยู่บ่อยครั้ง

แต่เนื่องจากว่า มันคือส่วน "ด้านมืด" ที่ซ่อนเร้น
เมื่อไม่มีกระจกเงา ย่อมมองไม่เห็นตัวเอง
และเมื่อมีคนยื่นกระจกมาให้ส่อง
ย่อมมองเห็นความเป็นไป
กับความจริงที่ว่า เรามีข้อบกพร่องอย่างไร

บางครั้งบางที กระจกไม่ได้ส่อง
เราจึงลืมคิดถึงว่า เราเองมีข้อบกพร่องนั้นๆ อยู่
จึงละเลยที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อลบข้อบกพร่องนั้น
เมื่อในแต่ละวัน ก็มีสิ่งต่างๆที่ต้องรับผิดชอบมากมาย
เรื่องต่างๆที่รุมเร้า กว่าจะสะสางลงไปได้ ก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

ในแต่ละวันเมื่อผ่านไปได้ทีละเปราะ
ก็เพียงเพื่ออยากให้อนาคตอยู่สบาย ปัจจุบันเอาตัวรอด
และเข้าใกล้เป้าหมายชีวิตของแต่ละคนได้เร็วขึ้น
ผมต้องทำตัวให้ไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะไม่ต้องการ
ให้คนรอบข้างรู้สึกอย่างนั้นไปด้วย

ต่อจากนี้ไป คงต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้น
ในทุกๆเรื่องรอบตัว อย่าให้พลาดทุกรายละเอียด

และคงมีวันนั้น
วันที่แสงอาทิตย์ส่องลงมา
และผม ยืนอยู่หน้ากระจกอย่างสง่าผ่าเผย
ไม่ต้องกลัวใครจะมองเห็น มุมมืด ที่น่ารังเกียจอีกแล้ว

     Share

<< หรือผมคือคนเดียวคิดถึง >>

Posted on Tue 1 Jan 2008 23:10


 
I found just what I was needed, and it was enrngtainiet!
Thamyres   
Fri 2 Aug 2013 20:57 [5]
 

It's a joy to find soemone who can think like that
Alfred   
Fri 31 May 2013 19:28 [4]
 

วันนี้พึ่งมาได้มาอ่าน ...แต่ก็เป็นวันที่นู๋ทำผิด และได้เป็นกระจกที่ไม่ดีให้พี่ท้อใจ นู๋ "ขอโทษ" .......
นู๋เอง   
Mon 18 Feb 2008 23:15 [3]

สบาย ๆ เถอะค่ะพี่เวย์

ไม่มีใครเพอร์เฟคหรอกน่า

อยากให้พี่เวย์ฟังเพลง flaws and all ของ beyonce จัง

พี่เวย์ฟังแล้วน่าจะมีกำลังมากขึ้นนะ

หนูคิดว่างั้นนะ :)
......   
Sat 12 Jan 2008 1:48 [2]

เธอชื่อเวย์เหมือนเราเลยอะ
เวย์   
Wed 2 Jan 2008 21:17 [1]


 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh